อัจฉริยะด้านอาหาร

เชฟมาร์โค บอสคาอินี

เชฟมาร์โค คืออัจฉริยะด้านอาหาร ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเปรโก้ การได้ใช้เวลาในห้องครัวกับคุณยายเพื่อทำพาสต้า่เมื่ออายุเพียง 7 ขวบ ได้บ่มเพาะความรักในการทำอาหารตั้งแต่วัยเยาว์

ในปี 1996 ประเทศไทยได้เชิญเชฟมาร์โคให้มาร่วมแบ่งปันความรู้อันลึกซึ้งเกี่ยวกับอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม จากการมาเยือนในช่วงสั้น ๆ ได้พัฒนาไปสู่ค้นคว้าด้านการทำอาหารเป็นเวลาหลายปี ซึ่งนำไปสู่บทบาทสำคัญในครอบครัวอมารี

ความสำเร็จสูงสุดในอาชีพของเชฟมาร์โคที่อมารี มาพร้อมกับการเปิดตัวเปรโก้ เกาะสมุย ซึ่งเป็นร้านอาหารที่อยู่ใกล้กับอมารีเกาะสมุย ในช่วงเกือบสองทศวรรษ เปรโก้ เกาะสมุย เติบโตไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นอัจฉริยะในการทำอาหารของเชฟมาร์โค นับตั้งแต่ก่อตั้ง ร้านอาหารแห่งนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอรสชาติอาหารที่แสนอร่อยของอิตาลี

เมื่อใกล้เข้าสู่อายุ 56 ปี เชฟมาร์โคเริ่มคิดถึงการวางมือจากวงการ แต่โชคชะตากลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น พร้อมหยิบยื่นโอกาสในการเป็นผู้นำโครงการเปิดสาขาเปรโก้แห่งใหม่ทั่วประเทศไทย โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ เขาจึงเปิดรับความท้าทายนี้อย่างกระตือรือร้น ความหลงใหลและความเชี่ยวชาญของเชฟมาร์โคยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรักอาหารอิตาเลียนอย่างต่อเนื่อง โดยส่งผ่านจากทุกเมนูของเปรโก้

อัจฉริยะด้านอาหาร

เชฟจัมเปียโร ควาร์ทาราโร​

เชฟจัมเปียโร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเชฟเปียโร บ้านเกิดของเขาอยู่ที่เกาะซิซิลีในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและได้รับอิทธิพลมากมายจากสเปน ฝรั่งเศส และแอฟริกาเหนือ​

เขามีความหลงใหลในการทำอาหารมาตั้งแต่เด็กและช่วยเหลือแม่และยายในทุกเรื่อง หลังจากเกิดอุบัติเหตุในปี 2011 เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนชีวิตด้วยการขายหุ้นบริษัทประกันภัยและนำรายได้ไปลงทุนในการศึกษาหาความรู้ด้านการทำอาหารที่ Alma โรงเรียนนานาชาติด้านอาหารอิตาเลียน

ในปี 2013 เขาสำเร็จการศึกษาและเริ่มอาชีพในตำแหน่งเชฟที่ Ca’ Vittoria ร้านอาหารระดับดาวมิชลิน จากนั้นเขาก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ช่วยเชฟที่ Ristorante La Dacia ในจังหวัดเวโรนา ใกล้กับทะเลสาบการ์ดาอันงดงาม​

เขาย้ายมาอยู่ประเทศไทยในปี 2016 เพื่อค้นหาการผจญภัยครั้งใหม่ และทำงานในกรุงเทพฯ เป็นเวลาหกปี และในระหว่างการหาประสบการณ์นี้เอง เขาก็ตระหนักได้ว่าตัวเองชื่นชอบประเทศไทยแต่กลับโหยหาวิถีชีวิตบนเกาะที่ยังฝังอยู่ในสายเลือดเขาตกลงรับตำแหน่ง Italian Chef ที่เปรโก้ และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ตามรอยเชฟมาร์โค บอสคาอินี ผู้ซึ่งให้คำปรึกษาและเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางนี้มาก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่มารับประทานอาหารจะได้รับประสบการณ์ชั้นยอดในทุกกระบวนการ

อัจฉริยะด้านอาหาร

เชฟมาร์โค เจียโนนี

เชฟมาร์โค เจียโนนี เติบโตในครอบครัวที่ทำกิจการร้านอาหารบนเกาะเอลบา แคว้นทัสกานี ทำให้เขาหลงใหลในอาหารอิตาเลียนตั้งแต่เด็ก หลังจากบ่มเพาะประสบการณ์จากร้านอาหารต่าง ๆ และการทำอาหารบนเรือยอร์ชวีไอพีทั่วยุโรป เขากลับหลงใหลในประเทศไทยและตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่ภูเก็ต

เชฟมาร์โคมีความเชี่ยวชาญในการทำอาหารอิตาเลียนดั้งเดิม อย่าง “Stoccafisso alla Riese” และ “Porchetta” ที่ต้องใช้เทคนิคต่าง ๆ เช่น ชูวี (sous vide) ในการเพิ่มรสชาติอาหาร เชฟมาร์โคมุ่งมั่นสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับไวน์ทัสคานี โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเชฟจูอัลติเอโร่ มาร์เชซี ผู้เป็นตำนานด้านอาหารอิตาเลียน เน้นย้ำความดั้งเดิมและคุณภาพในฝีมือการปรุงอาหารของเขา